จันทร์. ธ.ค. 5th, 2022

มันแตกต่างในแง่ของคำนิยามเล็กน้อย (แต่ไม่น้อยเเหมือนกัน)

Sound จะหมายถึง เสียงที่คุณสามารถได้ยิน
Noise คือ เสียงที่คุณไม่ต้องการจะได้ยิน
หรืออาจกล่าวได้ว่า Noise เป็น Subset ของ Sound (โยงไปเรื่องคณิตศาสตร์ได้ไง)

วันนี้ผมอยากแชร์ความรู้เกี่ยวกับระดับความดังของเสียงที่เพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีแหล่งกำเนิดเสียงหลาย ๆ แหล่ง ซึ่งเป็นการคิดคำนวณแบบคร่าว ๆ โดยประมาณ ดังนี้

ซึ่งจากตาราง คอลัมน์ที่ 1 หมายถึง ระดับความดังของเสียงที่แตกต่างกันระหว่างแหล่งกำเนิดเสียง 2 แหล่ง

คอลัมน์ ที่ 2 แสดงถึงระดับความดังของเสียงที่เพิ่มขึ้นตามค่าความแตกต่างของระดับความดังของเสียง 2 แหล่ง

ตัวอย่าง เช่น มีแหล่งกำเนิดเสียง 2 แหล่ง โดยแหล่ง A มีระดับความดังเสียง 85 dBA และแหล่ง B มีระดับความดังของเสียง 87 dBA ซึ่งจะเห็นว่า ทั้งสองแหล่งมีระดับความดังของเสียงแตกต่างกัน = 87-85 = 2 dBA ซึ่งตรงกับแถวสีแดงที่วงไว้

ดังนั้น ระดับความดังของเสียงรวมจะเท่ากับ 87 (ระดับความดังสูงสุด ) +2 = 89 dBA เป็นต้น

หรือตัวอย่างที่สอง กรณีที่สถานที่ทำงานแห่งหนึ่งมีระดับความดังของเสียงอยู่ 95 dBA  และต่อมามีการเพิ่มเครื่องจักรเข้าไปในที่แห่งนี้ โดยตัวเครื่องจักรดังกล่าวเองสร้างระดับความดังของเสียงที่ 80dBA ซึ่งความแตกต่างของเสียงทั้งสองแหล่ง = 95-80 = 15 dBA (ซึ่งถ้าระดับความดังของเสียงแตกต่างกันตั้งแต่ 10 dBA ขึ้นไป ค่าระดับความดังของเสียงจะไม่เพิ่มขึ้น)

ดังนั้น ระดับความดังของเสียงรวมจะเท่ากับ 95 + 0 = 95 dBA นั่นคือระดับความดังของเสียงยังคงเท่ากับ 95 dBA เช่นเดิมครับ

(www.generatorthailand.com)

You missed