Get Adobe Flash player

Monthly Archives: June 2009

การขนาน (Synchronize or Paralleling) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถนำมาเดินขนานกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือกับไฟหลวงได้ แต่ก่อนที่แหล่งกำเนิดไฟฟ้าสองแหล่งจะขนานกันได้นั้น ชุดควบคุมการขนานจะต้องเช็คโวลท์ ความถี่ และ phase shift ให้ตรงกันเสียก่อนที่จะสับให้ไฟเข้ามาขนานกันเพื่อจ่ายโหลดต่อไป ซึ่งลักษณะของการ Sync นั้น โดยทั่ว ๆ ไปมักจะเรียกกันวงการว่า sync ขาไป กับ sync ขากลับ

sync ขาไป หมายถึง สถานการณ์ที่ทราบแล้วว่าไฟหลวงจะดับ ดังนั้นจึงสั่งสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแล้วนำไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนานเข้ากับไฟหลวงก่อนที่ไฟจะดับ ซึ่งเมื่อไฟหลวงดับไปแล้วแต่ก็ยังมีไฟจากเจนคอยจ่ายให้กับโหลดอยู่นั่นเอง (สังเกตว่าลักษณะการทำงานเช่นนี้จะไม่มีไฟขาดหายไปเลย) หรืออาจจะเป็นลักษณะของการขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลาย ๆ เครื่องเข้าด้วยกันก่อนแล้วขนานกับไฟหลวงอีกทีก็ได้ ตัวอย่างการใช้งานเช่นนี้พบได้มากในยุคที่ราคาของน้ำมันดีเซลยังราคาถูก ก็จะเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจ่ายไฟให้กับโหลดเพื่อตัดพีคของการไฟฟ้า แต่ในปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลสูงเกินกว่าที่จะเดินเครื่องเพื่อตัดพีคแล้ว

sync ขากลับ หมายถึง สถานการณ์ที่ไฟดับไปแล้ว และใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจ่ายไฟให้กับโหลดอยู่ และหลังจากที่ไฟหลวงกลับมาก็จะนำไฟหลวงมาขนานเข้ากับไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก่อน แล้วจึงค่อยปลดไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออก (สังเกตว่าลักษณะเช่นนี้ก็จะไม่มีไฟขาดหายไปเช่นกัน)

ซึ่งหน่วยงานที่ต้องการใช้งานประเภทนี้จะค่อนข้างซีเรียสเรื่องการขาดหายไปของไฟหรือการเกิดไฟกระพริบในช่วงเวลา transfer แหล่งจ่าย โดยค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ควบคุมการขนานนั้นค่อนข้างราคาสูง ในปัจจุบันต้องมีงบประมาณไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท สำหรับตู้ควบคุมการ sync

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจ่ายไฟได้ภายในเวลาเท่าใด

โดยปกติเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองมักจะติดตั้งควบคู่กับระบบสวิตซ์สลับทางไฟฟ้าอัตโนมัติ ดังนั้นเมื่อเวลาไฟดับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะทำงานอัตโนมัติ ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 8-15 วินาที จึงจะสามารถจ่ายไฟกลับคืนเข้าสู่ระบบได้ (ซึ่งเวลาดังกล่าวสามารถปรับตั้งได้) และหลังจากที่ไฟหลวงกลับคืนมาในระหว่างที่ transfer จะไฟ gen ไปไฟหลวง ไฟจะกระพริบ และ gen ก็จะเดินเครื่อง cool down ไปอีกประมาณ 5 นาที (เวลา cool down สามารถปรับได้เช่นกัน) แล้วเครื่อง gen ก็จะดับเองโดยอัตโนมัติครับ

การแก้ปัญหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสตาร์ทไม่ติด

บ่อยครั้งครับที่การแก้ปัญหาง่ายนิดเดียว เนื่องจากแบตเตอรี่จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของการสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กรณีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสตาร์ทไม่ติด การแก้ไขเบื้องต้นผมแนะนำให้เช็คที่แบตเตอรี่ก่อนเลยครับ อาจเป็นไปได้ว่าน้ำมันหมด, แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ อาจเนื่องมาจากไม่ได้เช็คระดับน้ำกลั่น หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ, สายแบตเตอรี่ชาร์จเจอร์หลุดทำให้ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ไม่ได้, แบตเตอรี่ชาร์จเจอร์เสีย ถ้าเช็คแบตเตอรี่แล้วปรากฏว่าปกติ อันนี้งานเข้าแล้วครับ ต้องลองสอบถามกับผู้ขายให้ส่งช่างเข้ามาตรวจเช็ดดูครับว่าเกิดจากอะไรครับ

เติมน้ำมันเรื่องเล็กแต่มันไม่เล็ก

เป็นประเด็นถกเถียงกันบ่อย ๆ ครับว่าซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำไมไม่เติมน้ำมันดีเซลให้เต็มถัง อันนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกันตั้งแต่ตอนแรกครับ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ขายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะเสนอราคาโดยไม่รวมน้ำมันดีเซลเอาไว้ด้วย อันเนื่องจากปัจจุบัน ราคาน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหรือลดลงก็เป็นประเด็นทำให้ถกเถียงกันได้ทั้งนั้น เพราะถ้าตกลงสั่งซื้อกันเรียบร้อยแล้วราคาน้ำมันขึ้น อันนี้ผู้ซื้อได้ประโยชน์ผู้ขายซวยครับ แต่ถ้าตกลงสั่งซื้อกันแล้วราคาน้ำมันลงอันนี้ผู้ซื้อเสียเปรียบผู้ขายยิ้มครับ แต่ถ้าไม่อยากเถียงกันทีหลังก็ตกลงกันเสียแต่ต้น ซึ่งปัจจุบันผู้ขายก็เริ่มป้องกันความเสียหายโดยการเสนอราคาการเติมน้ำมันไว้เป็น option และเสนอราคาเผื่อเอาไว้ เช่น ปัจจุบันราคาน้ำมันลิตรละ 27 บาท ก็อาจจะเสนอราคาไปลิตรละ 30-35 บาท เป็นต้น
โดยปกติแล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก็เหมือนกับรถยนต์ครับ เวลาถอยรถออกจากโชว์รูมใหม่ ก็จะมีน้ำมันอยู่ถังแค่พอให้ไปถึงปั้มเท่านั้นเอง

แต่ในแง่ของผู้ซื้อก็อยากได้ราคาที่เป็นธรรม ดังนั้นผู้ซื้อบางรายก็หาทางออกโดยการเติมน้ำมันเอง หรือให้ผู้ขายเสนอราคาเฉพาะค่าเติมน้ำมันมา แต่ราคาน้ำมันให้คิดตามจริง เพราะการเติมน้ำมันนี่ก็ไม่ใช่ง่ายนะครับผมเคยเห็นช่างมาเติมน้ำมันในถัง 4000 ลิตร ช่างต้องขับรถกะบะซึ่งท้ายรถบรรทุกถังน้ำมัน 200 ลิตร 4-5 ใบ วิ่งไปปั้มน้ำมันแล้วต้องวิ่งไปมา 4 เที่ยว และแต่ละเที่ยวพอมาถึงต้องใช้ปั้มไฟฟ้าดูดจากถัง 200 ลิตร ไปเข้าถัง 4000 ลิตร ซึ่งกว่าจะดูดหมดก็กินเวลาเป็นชั่วโมงต่อเที่ยวหล่ะครับ

และขอแนะนำว่าถ้ามีถังน้ำมันใบใหญ่ (สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่แล้ว) ควรจะซื้อปั้มไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะความยากในการเติมน้ำมันดังกล่าวข้างต้น ถ้ามีแต่ปั้มมือหมุนอย่างเดียวแล้วใช้แรงคนมานั่งหมุนหล่ะก้อ ตัวใครตัวมันหล่ะครับ

การขนส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า บางครั้งก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด

เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่ามองข้ามครับ เพราะบางทีการขนส่งก็ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน

เคยมีผู้รับเหมามาโอดครวญเข้าเนื้อเพราะตอนเสนอราคาเอางานตอนแรกก็เสนอราคาปกติ เป่า ๆ ราคาไปก่อน และเศรษฐกิจอย่างนี้ก็ต้องทุบราคาแย่งงานกันอุตลุต ไม่ได้เช็คราคากับผู้ขายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก่อน ผลสุดท้ายพอจะสั่งซื้อจริงๆ งบบานปลายเรื่องค่าขนส่งครับ คงสงสัยกันใช่มั้ยครับว่างบจะบานปลายได้อย่างไร
ผมขอชี้แจงดังนี้ครับ

1. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องยกขึ้นชั้นสูงของอาคาร (อันนี้งบจะบานครับเพราะต้องหาเครนมา เพราะต้องพิจารณาถึงน้ำหนักของเครื่อง ตำแหน่งการยืนของเครน ระยะบูมของเครน เพราะถ้าน้ำหนักของเครื่องมาก ตำแหน่งการยืนอยู่ห่างจากตัวอาคารซึ่งต้องยิงบูมไกลด้วยแล้ว ยิ่งต้องเครนหลายตัน ซึ่งราคาการเช่าเครนคิดเป็นรายวัน เช่น เครน 20 ตัน เช่ามายกก็ประมาณวันละสองหมื่นถึงสามหมื่นบาท และบางครั้งถ้าต้องยกในกรุงเทพฯ ซึ่งการจราจรพลุกพล่านด้วยแล้ว ก็ต้องยกกันในเวลากลางคืน ต้องปิดถนน (ทำให้มีค่าใช้จ่ายสำหรับการอำนวยความสะดวกทางจราจร) เป็นต้น) หรือบางท่านใช้วิธีลากเครื่องผ่านทางลาดต้องระวังเรื่องการรับน้ำหนักของพื้นแต่ละชั้นด้วย ถ้าพื้นรับไม่ได้ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการตั้งเสาค้ำยันแต่ละชั้น

2. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องลากลงชั้นใต้ดินของอาคาร (อันนี้ต้องอาศัยทีมงานที่มีฝีมือครับ ถ้าฝีมือไม่ดีทำให้เครื่องกระแทก เครื่องก็อาจได้รับความเสียหายได้
หรือบางครั้งลากลงชั้นจอดรถใต้ดิน โดยลากลงผ่านทางลาด (ramp) ซึ่งเป็นทางวนเหมือนทางขึ้นที่จอดรถ อันนี้ก็ยากครับ บางทีใช้เวลากันเป็นวัน ๆ และต้องปิดการจราจรด้วย) และเรื่องการรับน้ำหนักของพื้นเช่นเดียวกับข้อข้างบน

3. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องลากผ่านสนามหญ้าสวยงามอันเป็นที่หวงแหนของท่านเจ้าของโครงการ (อันนี้ นานาจิตตังครับ เหนื่อย เพราะจะมีค่าใช้จ่ายในการหาอุปกรณ์มาป้องกันสนามหญ้า หรือถ้ามันพังไปแล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายในการปูหญ้าใหม่ครับ หรือเจ้าของบางท่านไม่ยอมเด็ดขาดอย่ามาทำอะไรกับสนามหญ้าอันหวงแหนของข้าพเจ้า ก็ลำบากต้องจ้างเครนยกข้ามสนามหญ้าหล่ะครับงานนี้)

4. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่กว่าช่องทางที่จะนำเข้า (ยุ่งเหมือนกันครับ ถ้าแบบง่าย ๆ ก็ทุบขยายช่องครับ แต่บางทีทุบไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีการแยกชิ้นส่วนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออก เป็นเครื่องยนต์, ชุดกำเนิดไฟฟ้า, หม้อน้ำ เป็นต้น แล้วก็ไปประกอบกันอีกที บางงานเจอว่าต้องเอาเครื่องไว้ขึ้นบนอาคาร และไม่มีทางที่จะนำเครื่องเข้าได้เลย ต้องอาศัยลิฟต์ ซึ่งประตูเข้าลิฟต์ก็แคบ ต้องใช้วิธีแยกชิ้นส่วนดังกล่าว ยังเคราะห์ดีครับที่ลิฟต์ยังสามารถรับน้ำหนักชิ้นส่วนที่แยกแต่ละชิ้นได้ ถ้าลิฟต์รับน้ำหนักไม่ได้ ก็ตัวใครตัวมันหล่ะครับ)

5. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องขนส่งข้ามเกาะ (เช่น เกาะบางเกาะไม่มีเรือเฟอร์รี่ที่สามารถรับน้ำหนักของรถบรรทุกที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าบรรทุกมาด้วยได้ ก็ต้องอาศัยใช้เครนยกเครื่องลงเรือ พอไปถึงเกาะคราวนี้ปวดหัวอีกจะเอาขึ้นเกาะยังไง เพราะไม่มีท่าเทียบเรือ และยิ่งบนเกาะไม่มีเครนด้วยหล่ะ จุกหล่ะครับงานนี้ อีกตัวอย่างคือพายุเข้าครับ สมมตินัดจะส่งเครื่องวันที่ 16 พอรถบรรทุกวิ่งไปถึงท่าเรือ ปรากฏว่าพายุเข้าครับ ต้องรอพายุไปก่อน แล้วก็ไม่รู้มันจะไปเมื่อไหร่ นี่เสียค่าเช่ารถบรรทุกเป็นรายวันแล้วครับ (ไม่รู้กี่วันอีกต่างหาก เผลอๆต้องขนเครื่องกลับไปก่อน) และต้องจองเรือกันด้วยบางเกาะเรือที่จะบรรทุกได้ก็มีน้อยเต็มทีต้องรอคิว กว่าคิวจะว่างก็เจอปัญหาต้องรอน้ำขึ้นน้ำลงอีก นี่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งทำให้งานล่าช้า พองานเสร็จไม่ทันโดนปรับตามมาอีกครับ ซวยหลายเด้งเลยงานนี้)

6. ข้อนี้ซวยน้อยหน่อยครับ ขนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปถึงหน่วยงานปรากฏว่าคืนก่อนหน้าฝนตกหนัก พื้นเละเข้าหน่วยงานไม่ได้ เพราะขืนดึงดันวิ่งเข้าไปติดหล่มแน่ ต้องเดือดร้อนเอารถมาช่วยลากกันหล่ะครับ เคราะห์หามยามซวยเครื่องจะตกลงมาซะอีก บางท่านก็ใช้วิธีให้ขนกลับไปก่อนพอพื้นแน่นก็ให้ขนมาใหม่ครับ

เพราะฉะนั้นจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยครับเกี่ยวกับสถานที่ที่จะติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าครับ

ถังน้ำมันใต้แท่นกับถังน้ำมันแยกต่างกันอย่างไร

ในปัจจุบันบริษัทฯที่ขายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะทำถังน้ำมันเชื้อเพลิงใต้แท่นเครื่องสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก เพราะสะดวกต่อการใช้งาน ประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องเดินท่อน้ำมันให้เกะกะ เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า Caterpillar ขนาดเล็กกว่า 500 เควีเอ พิกัดสำรองฉุกเฉิน (Standby rating) จะออกแบบเป็นถังน้ำมันใต้แท่นเครื่องมาจากโรงงาน เช่นเดียวกับ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของ Cummins ที่ปัจจุบัน ก็จะออกแบบเป็นถังน้ำมันใต้แท่นเครื่องมาจากโรงงานเช่นเดียวกัน

และสำหรับถังน้ำมันแยกนั้นมักจะใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันจะสูง เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 1000 เควีเอ พิกัดสำรองฉุกเฉิน (Standby rating) ถ้าเดินที่ 100% load จะใช้น้ำมัน 200 ลิตร ต่อชั่วโมง (ตามบทความที่เคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้) และถ้าต้องการให้สามารถใช้งานได้ 8 ชั่วโมง ก็ต้องมีถังน้ำมันขนาด 1600 ลิตร ซึ่งถ้าเอาถังน้ำมันไว้ใต้แท่นเครื่องจะทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีขนาดความสูงเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อการสั่นสะเทือนของเครื่องได้ (ตามบทความก่อนหน้านี้) เนื่องจากปริมาณน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้น้ำหนักของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ารวมเปลี่ยนแปลงมาก ซึ่งจะทำให้หาสปริงรองแท่นเครื่องที่เหมาะสมกับน้ำหนักที่มีช่วงการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ทำได้ยาก

สำหรับในเรื่องของความปลอดภัยซึ่งบางท่านอาจจะกลัวว่ามีถังน้ำมันอยู่ใต้แท่นเครื่องจะอันตรายหรือเปล่า ความคิดเห็นของผมฟันธงได้เลยครับว่าถ้าจะอันตรายมันก็ไม่แตกต่างจากถังน้ำมันแยกหรอกครับ อย่ากลัวโดยใช่เหตุ เหตุผลที่ผมกล้าฟันธงมีดังนี้

1. ถังน้ำมันใต้แท่นเครื่องนั้นออกแบบมาจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรงย่อมรับประกันได้ว่าระดับยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Caterpillar หรือ Cummins ต้องไม่ออกแบบให้เสียชื่ออย่างแน่นอน และก่อนผลิตออกมาวิศวกรต้องมีคำนวณและออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว
2. ถังน้ำมันแยกก็ต้องต่อท่อน้ำมันมาเข้าเครื่องเหมือนกัน ในกรณีที่เกิดไฟไหม้ ไฟก็ลามมาที่เครื่องได้ไม่ต่างกับถังน้ำมันอยู่ใต้แท่นเครื่อง
3. ขนาดรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ถังน้ำมันอยู่ในตัวรถวิ่งไปวิ่งมา ยังไม่เห็นจะกลัวกันเลย ยิ่งรถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินด้วยแล้วก็ยังวิ่งกันออกถม ดังนั้นจะกลัวอะไรกับถังน้ำมันใต้แท่นหล่ะครับ

แต่ที่น่าแปลกมีบุคคลอยู่ 2 ประเภทครับที่น่าปวดหัว พวกจะใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องเล็กแต่อยากได้ถังน้ำมันแยก (เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย) กับอีกพวกคือจะใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องใหญ่แต่กลับอยากได้ถังน้ำมันใต้แท่นเครื่อง (เพราะไม่อยากมีท่อน้ำมันเกะกะ) เออ เอาเข้าไป แต่อยากอะไรก็อยากได้ ขอให้มีตังจ่ายอย่างเดียว พวกลูกจ้างอย่างผมก็จัดหาให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้น

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สอบราคาซื้อ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ ขนาดไม่น้อยกว่า 5 kVA. จำนวน 4 เครื่อง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะสอบราคาซื้อ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ ขนาดไม่น้อยกว่า 5 kVA. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 4 เครื่อง เพื่อใช้งาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1. เป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่สอบราคาซื้อดังกล่าว
2. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
3. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันนั้น
4. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าเสนอราคาให้แก่ ด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ณ วันประกาศสอบราคาซื้อ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการสอบราคาซื้อครั้งนี้

กำหนดยื่นสอบราคาในวันที่ 22 มิถุนายน 2552 ถึง 2 กรกฎาคม 2552 ระหว่างเวลา 08.00 น. ถึง 16.30 น. ณ ส่วนจัดซื้อ ฝ่ายอำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (อาคาร AOB) ชั้น 6 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และกำหนดเปิดซองใบเสนอราคาในวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 เวลา 10.00 น.

ผู้สนใจติดต่อขอรับ/ซื้อเอกสารสอบราคาซื้อ ในราคาชุดละ 100.- บาท ได้ที่ ส่วนจัดซื้อ ฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (อาคาร AOB) ชั้น 6 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน 2552 ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.airportthai.co.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2132-5412 ในวันและเวลาราชการ

บริการปรึกษาทุกปัญหาเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

บริการรับปรึกษาทุกปัญหาเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
1. การเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
2. ราคาของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
3. สวิตซ์สลับทางไฟฟ้าอัตโนมัติ
4. การทำห้องเก็บเสียง
5. การทำตู้ครอบเก็บเสียง
6. การติดตั้ง, รื้อถอน และขนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
7. การบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
8. ซ่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
Email : generatorthailand@yahoo.com
webmaster พร้อมจะตอบคำถามทุก ๆ 4 ชั่วโมง บริการตอบคำถามฟรี

การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ ตอน 2

3. การทำความสะอาดแบตเตอรี่ ความชื้นที่ด้านบนของแบตเตอรี่จะสะสมฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ถ้าไม่ทำความสะอาดตามระยะเวลา ฝุ่นผงเหล่านี้จะทำให้แบตเตอรี่ดิสชาร์จผ่านด้านบนของแบตเตอรี่ช้า ๆ วิธีที่ดีในการทำความสะอาดด้านบนของแบตเตอรี่ ให้ใช้โซดาเทลงรอบ ๆ ด้านบนแบตเตอรี่ ทิ้งไว้สักครู่ให้ฟองที่เกิดขึ้นหมดไป แล้วใช้น้ำสะอาดล้างอีกทีหนึ่ง จะลดลงตามลำดับเพื่อจำกัดตัวกัดกร่อนนี้ และให้เกิดการต่อกันที่ดี

4. การชาร์จแบตเตอรี่ เมื่อพบว่าแบตเตอรี่ไฟหมดจะต้องนำไปชาร์จ ซึ่งการชาร์จมี 2 ชนิดคือ การชาร์จอย่างช้า ๆ และชาร์จอย่างเร็ว การชาร์จอย่างเร็วไม่สามารถทำให้แบตเตอรี่ได้รับประจุเต็มได้ ถ้าต้องการให้ได้รับประจุเต็มต้องชาร์จต่ออีก โดยชาร์จอย่างช้า ๆ ขณะชาร์จควรระมัดระวังประกายไฟในขณะที่ปลดสายคืบแบตเตอรี่ เนื่องจากขณะชาร์จจะเกิดก๊าซออกซิเจนและไฮโดรเจน ซึ่งเมื่อก๊าซดังกล่าวได้รับประกายไฟอาจระเบิดได้ น้ำยาในแบตเตอรี่อย่าให้ถูกผิวหนัง หากถูกน้ำยาควรรีบล้างน้ำทันที

การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ ตอน 1

อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะสั้นหรือยาวนั้นขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งการบำรุงรักษามีดังนี้
1. การเติมน้ำยา แบตเตอรี่ใหม่ เมื่อจะนำมาใช้ จะต้องเติมน้ำยา (electrolyte) โดยน้ำยาที่ใช้ในแบตเตอรี่เป็นส่วนผสมของกรดกำมะถัน (H2SO4) กับน้ำ (H2O) ซึ่งผสมกันด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้น้ำยาที่มีความถ่วงจำเพาะถูกต้อง การผสมกรดกำมะถันกับน้ำ จะต้องเทกรดลงในน้ำช้า ๆ แล้วใช้ไม้สะอาดกวนให้ส่วนผสมเข้ากันตลอดเวลาที่เทกรดลงในน้ำ ห้ามเทน้ำลงในกรดเป็นอันขาด การเติมน้ำยานี้จะเติมลงในแบตเตอรี่ใหม่ครั้งแรกเท่านั้นและเมื่อแบตเตอรี่ถูกนำไปใช้งานแล้ว จะไม่มีการเติมน้ำยาในระหว่างการใช้งานอีก แต่จะต้องเติมน้ำกลั่นในระหว่างการใช้งานแทนเพื่อรักษาระดับของน้ำยาในช่องเซลล์ของแบตเตอรี่แต่ละช่อง

2. การเติมน้ำกลั่น เป็นสิ่งจำเป็นในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ ซึ่งต้องเติมตามระยะเวลา เพื่อป้องกันระดับน้ำยาตกต่ำกว่าด้านบนของแผ่นธาตุและแผ่นกั้น เพราะถ้าปล่อยให้ต่ำกว่าระดับ จะทำให้แผ่นกั้นและแผ่นธาตุบางส่วนถูกกับอากาศทำให้ชำรุดเสียหายได้ จึงต้องเติมน้ำกลั่นตามระยะเวลาเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปจากแบตเตอรี่ ในระหว่างการเกิดปฏิกิริยา ระดับน้ำยาโดยปกติจะต้องอยู่เหนือแผ่นธาตุประมาณ 0.25-0.5 นิ้ว การเติมน้ำกลั่นมากเกินไป จะทำให้น้ำยากระฉอกออกมาและสูญเสียไป น้ำยาที่สูญเสียไป นอกจากความจุของแบตเตอรี่จะสูญเสียไปแล้ว ยังทำให้เกิดการกัดกร่อนโลหะหรือสิ่งอื่น ๆ ที่สัมผัสกับมัน โดยเฉพาะเครื่องยึดแบตเตอรี่ และสายเคเบิลจะเสียหายมาก

ติดต่อเรา

ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ที่ generatorthailand@yahoo.com

Cummins

Caterpillar

บทความล่าสุด

ปฏิทิน

June 2009
M T W T F S S
« May   Jul »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

Tag

ATS Caterpillar Diesel Generator Fixed Grill Generator Cummins Gravity Shutter ISO8528-1 Kohler Mobile Generator paralleling PMG shock load sync gen การขออนุญาตผลิตพลังงานควบคุม การทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การออกแบบแท่นคอนกรีต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก๊าซธรรมชาติ ขนาดของห้องกำเนิดไฟฟ้า จัดประมูลซื้อ จ้างเหมา ฉนวนกันความร้อน ซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าใหม่ ท่อไอเสีย ท่าอากาศยานไทย บจก.คัมมิ่นส์ ดีทแฮล์ม ประกวดราคาซื้อ ประมูลซื้อ พิกัดต้นกำลัง พิกัดสำรองฉุกเฉิน สถานที่ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า สปริงรองแท่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สอบราคาจ้าง สอบราคาซื้อ หม้อระงับเสียงไอเสีย ห้องเก็บเสียง อัตราการกินน้ำมัน อัตราส่วนแรงม้าต่อกิโลวัตต์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 60kW เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 1250kVA เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานน้ำฝน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ลอยฟ้า โหลดเทียม

สถิติเว็บไซต์